23 ส.ค. 2554

ปวดหัวรุนแรงระวังไข้กาฬหลังแอ่น!


รู้ไว้ให้ทันระวัง 'ไข้กาฬหลังแอ่น' โรคเก่า-เล่าซ้ำ แนะอย่าวางเฉย ปวดศีรษะรุนแรง ตายได้ในไม่กี่วัน


สัปดาห์ที่ผ่านมา มีข่าว 'น้องกาว-น.ส.สโรชา เนียมบุญนำ' นักศึกษาปี 4 ม.ธรรมศาสตร์ ซึ่งเดินทางไปทำงานเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตและฝึกภาษาอังกฤษกับโครงการ เวิร์ค แอนด์ เทรเวล ที่สหรัฐอเมริกา ได้เสียชีวิตลงเมื่อวันที่ 19 พ.ค. เธอป่วยอย่างกะทันหัน ด้วยโรคเยื่อหุ้มสมองอักเสบจนหมดสติ หลังเข้ารับการรักษาตัวตั้งแต่วันที่ 13 พ.ค. ด้านแพทยสภา มีความเห็นว่า อาการป่วยดังกล่าวมีลักษณะคล้ายคลึงกับโรคไข้กาฬหลังแอ่น ที่ผู้ป่วยติดเชื้อแบคทีเรียที่สมอง ทำให้เสียชีวิตอย่างรวดเร็ว


โรคไข้กาฬหลังแอ่น นับเป็นอีกโรคที่อันตรายเป็นแล้วอาจไม่รู้ตัว เสี่ยงเสียชีวิตได้ในไม่ช้า เราไปทำความรู้จักกัน


ไข้กาฬหลังแอ่น เป็นโรคที่เกิดจากการติดเชื้อแบคทีเรีย ชื่อ ไนซีเรีย เมนิงไจไทดิส การตั้งชื่อโรคนี้เกิดจากความรุนแรงของโรคที่ทำให้ผู้ป่วยตายได้อย่างรวด เร็ว จึงใช้คำว่า ไข้กาฬ ส่วนคำว่าหลังแอ่นนั้น มีที่มาจากผู้ป่วยบางราย อาจเกิดอาการชักเกร็งจนหลังแอ่นนั่นเอง


โรคนี้ติดต่อได้จากคนสู่คน ผ่านทางน้ำลายหรือเสมหะ ลมหายใจกรณีที่หายใจใกล้กัน มักพบในเด็กอายุต่ำกว่า 5 ปี และในช่วงอายุ 15-24 ปี


ในคนปกติอาจตรวจพบเชื้อนี้ได้ภายในลำคอโดยไม่ทำให้เกิดโรค แต่ถ้าติดเชื้อนี้ในกระแสเลือด หรือที่เยื่อหุ้มสมองทำให้เยื่อหุ้มสมองอักเสบ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิต ยิ่ง ถ้ามีอาการไข้สูง ปวดศีรษะ อาเจียน คอแข็ง ซึม มีจุดหรือผื่นแดงหรือสีคล้ำขึ้นตามตัว โดยเฉพาะบริเวณแขนและขา แม้กดไปตามจุดหรือผื่นเหล่านั้นก็จะไม่จางหาย


อาการข้างต้น หากเกิดขึ้นกับผู้ใด ไม่จำเป็นต้องเกิดขึ้นครบทั้งหมด หากมีอาการเข้าสัดส่วน 2 ใน 3 ควรรีบไปพบแพทย์เพื่อตรวจหาสาเหตุและรับการรักษา เพราะหากเป็นไข้กาฬหลังแอ่น ซึ่งมีระยะฟักตัวรวมกับการแสดงอาการไม่เกิน 10 วัน อาจเสี่ยงเสียชีวิตได้หากปล่อยไว้ เช่นเดียวกับผู้ที่สัมผัสกับผู้ป่วย เช่น คนที่มีสมาชิกในครอบครัวเป็นไข้กาฬหลังแอ่น เมื่อทราบแน่ชัด ผู้ที่อยู่ใกล้ชิดควรให้แพทย์ตรวจหาเชื้อด้วย


สำหรับการรักษา แพทย์จะใช้ยาต้านจุลชีพ และมีวัคซีนป้องกัน หากรักษาตัวทัน สามารถหายเป็นปกติ แต่ถ้าปล่อยอาการดังที่กล่าวไว้ อาจเสียชีวิตได้.


ไม่มีความคิดเห็น: