20 ม.ค. 2552

ยลธรรมชาติ สัมผัสบรรยากาศครบรส ที่"แม่วงก์"

ยอดเขาโมโกจู ที่นักเดินป่าหลายคนใฝ่ฝันถึง
เมื่อเอ่ยถึง "อุทยานแห่งชาติแม่วงก์" หลายคนส่ายหัวว่าไม่รู้จัก หรืออาจหันหน้าไปถามกันว่า อุทยานแห่งนี้อยู่ที่ไหน จังหวัดอะไร ก็ไม่น่าแปลกใจ เพราะที่นี่อาจเป็นอุทยานแห่งชาติที่มีชื่อไม่ค่อยคุ้นหูนักท่องเที่ยว หรือไม่ติดอันดับอุทยานแห่งชาติยอดนิยมเหมือนที่อื่นๆ อย่างอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ หรืออุทยานแห่งชาติดอยอินทนนท์
แต่หลังจากที่ได้ไปเยี่ยมเยือนอุทยานแห่งชาติแม่วงก์มาเมื่อเร็วๆนี้ ก็พบว่าที่นี่มีแหล่งท่องเที่ยวดีๆ และสวยงามไม่แพ้ใครที่ไหน จนต้องนำมาบอกต่อนักเที่ยวหลายๆคนให้ได้รู้จักชื่อเสียงกันไว้ เผื่อเป็นตัวเลือกในการเดินทางไปในที่ใหม่ๆบ้าง

ทิวทัศน์บริเวณจุดชมวิวกิ่วกระทิง
อุทยานแห่งชาติแม่วงก์ตั้งอยู่ในเขตภาคเหนือตอนล่างภาคกลางตอนบน ครอบคลุมพื้นที่สองจังหวัดคือ อำเภอปางศิลาทอง จังหวัดกำแพงเพชร และอำเภอแม่วงก์ กิ่งอำเภอแม่เปิน จังหวัดนครสวรรค์ โดยมีลำน้ำแม่วงก์เป็นเส้นแบ่งเขตจังหวัด
แม้จะไม่เป็นที่รู้จักของนักท่องเที่ยวทั่วไปมากนัก แต่สำหรับนักเดินป่ามืออาชีพหรือมือสมัครเล่นแล้ว อุทยาน แห่งชาติแม่วงก์ถือเป็นสถานที่ที่หลายคนใฝ่ฝัน หรือตั้งใจจะไปเยี่ยมเยือนให้ได้สักวันหนึ่ง เพราะอุทยานแห่งนี้เป็นที่ตั้งของ "ยอดเขาโมโกจู" ยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์
คำว่าโมโกจูเป็นภาษากะเหรี่ยงที่แปลความหมายได้ว่า คล้ายฝนจะตก ที่หมายความว่าอย่างนั้นก็เพราะยอดเขานี้มีความสูงถึง 1,964 เมตร ซึ่งถือเป็นยอดเขาที่สูงที่สุดในอุทยานฯ ดังนั้นจึงดูเหมือนว่ายอดเขาลูกนี้ถูกปกคลุมด้วยเมฆหมอกเหมือนฝนตกตลอดเวลา
การจะพิชิตยอดเขาโมโกจูได้นั้นจะต้องใช้เวลาในการเดินทางไปกลับอย่างน้อย 4-5 วันเพราะเป็นการเดินป่าระยะไกล และยังต้องมีสภาพร่างกายและจิตใจที่พร้อม เพราะนอกจากจะต้องเดินเท้าไปตามเส้นทางขึ้นเขาลงเขา ทางราบบ้างทางลาดชันบ้างตลอดเส้นทางแล้ว ก็ยังต้องกางเต็นท์ค้างแรมในป่าระหว่างทาง จึงต้องมีการเตรียมตัวและเตรียมอุปกรณ์ดำรงชีพในป่าต่างๆไปให้พร้อมด้วย


พบสายหมอกและอากาศเย็นๆได้ที่ช่องเย็น
แม้เส้นทางจะทรหดหรือยากลำบากแค่ไหน แต่หลายคนที่ได้ไปพิชิตโมโกจูมาแล้วต่างก็ประทับใจกับความงดงามแบบ 360 องศาของยอดโมโกจู กับสัญลักษณ์อย่างหินเรือใบที่พลาดไม่ได้จะต้องถ่ายรูปคู่มาด้วย และหากใครโชคดีได้ไปเยี่ยมเยือนยอดโมโกจูในวันที่ฟ้าเปิด หรือได้เห็นทะเลหมอกสวยๆ บนยอดเขา ก็จะยิ่งประทับใจมากขึ้นไปอีกร้อยเท่า จนลืมความเหน็ดเหนื่อยในการเดินทางไปเลย
นอกจากยอดเขาโมโกจูแล้ว คนที่ชอบการเดินป่าระยะไกลก็ยังสามารถเดินป่าไปชมน้ำตกอันงดงามในอุทยานฯได้ด้วยเช่นกัน ได้แก่ น้ำตกแม่กระสา น้ำตกขนาดใหญ่ที่สุดในอุทยานฯ น้ำตกแม่กี และน้ำตกแม่เรวา ที่จะต้องเดินเท้าและพักค้างแรมในป่า 3 วัน 2 คืน
หากใครอยากจะสัมผัสบรรยากาศของยอดเขาโมโกจู รวมไปถึงน้ำตกทั้งหลายที่ว่ามาแล้ว ก็ต้องติดต่อกับทางอุทยานฯ นัดหมายวันเวลาที่จะเดินทางกันอีกครั้งหนึ่ง

ความสวยงามของน้ำตกแม่กี

แต่สำหรับคนที่ชอบท่องเที่ยวแบบไม่ต้องสมบุกสมบัน ชอบไปสบายๆแบบรถเข้าถึงได้ ภายในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ก็ยังมีอีกหลายแหล่งท่องเที่ยวให้ได้ไปเที่ยวกัน เช่น มาชมทิวทัศน์สวยๆที่จุดชมวิวกิ่วกระทิง (กม.81) มาชมทัศนียภาพของผืนป่าแม่วงก์ รวมทั้งยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าได้อีกด้วย
และหากใครอยากจะมานอนพักกลางเต็นท์ กินบรรยากาศกลางป่าเขาให้เต็มที่ ก็ต้องมาที่ขุนน้ำเย็น (กม.89) จุดชมวิวที่สามารถชมทัศนียภาพได้แบบ 360 องศา เพราะเป็นเนินเขาสูง ตั้งอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลปานกลาง 1,266 เมตร ทำให้มีอากาศเย็นสบายตลอดปี ส่วนและสถานที่กางเต็นท์ที่อุทยานจัดทำไว้ก็สะดวกสบาย มีทั้งห้องน้ำและห้องอาบน้ำไว้บริการนักท่องเที่ยว แต่ไม่มีร้านค้า ต้องเตรียมอาหารและน้ำดื่มกันไปเอง

ล่องแก่งแม่วงก์ กิจกรรมสนุกๆ ในอุทยานฯ

แต่หากใครอยากจะสัมผัสอากาศเย็นๆ คล้ายอยู่บนยอดดอย ก็ต้องมาที่ช่องเย็น (กม.93) ฟังจากชื่อก็รู้แล้วว่าต้องเย็นแน่ๆ โดยช่องเย็นนี้มีลักษณะเป็นช่องเขาที่มีลมพัดผ่านตลอดทั้งปี ด้านหนึ่งรับลมจากผืนป่าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าอุ้มผาง อีกด้านหนึ่งรับลมจากอุทยานแห่งชาติคลองลานและอุทยานแห่งชาติคลองวังเจ้า ก็เลยทำให้ช่องเย็นมีอุณหภูมิเฉลี่ยทั้งปีต่ำกว่า 20 องศาเซลเซียส แม้ในหน้าร้อนก็ยังเย็นสบาย
ช่องเย็นจึงเป็นจุดกางเต็นท์อีกแห่งหนึ่งที่นักท่องเที่ยวนิยมมาพักผ่อนกันในวันหยุด ซึ่งนอกจากจะมารับอากาศเย็นๆ แล้ว บริเวณนี้ยังเป็นจุดชมพระอาทิตย์ตกยามเย็นที่สวยงาม อีกทั้งยังเป็นแหล่งดูนกนานาชนิด เช่น นกเงือกคอแดง นกภูหงอนพม่า และนกต่างๆอีกมากมายที่นักดูนกชื่นชอบ และสำหรับคนรักพืชพรรณไม้ ที่ช่องเย็นนี้ก็มีเส้นทางเดินศึกษาธรรมชาติพันธุ์ไม้ต่างๆ ได้ด้วย

สายลมพัดใบหญ้าปลิวที่ขุนน้ำเย็น

และจากช่องเย็นนักท่องเที่ยวก็สามารถเดินเท้าระยะทางประมาณ 9 กม.ไปยังน้ำตกนางนวล น้ำตกขนาดใหญ่สวยงาม แต่ต้องใช้เวลาเดินเท้าไปกลับประมาณ 5-6 ชั่วโมง หากใครอยากจะไปเล่นน้ำตกก็ต้องออกเดินกันแต่เช้า เพื่อจะได้กลับถึงช่องเย็นก่อนค่ำ แต่อย่าลืมแจ้งเจ้าหน้าที่ก่อนเดินทางด้วย

ยังมีอีกหนึ่งกิจกรรมในอุทยานแห่งชาติแม่วงก์ เป็นกิจกรรมผจญภัยอย่างการล่องแก่งลำน้ำแม่วงก์ ที่บริเวณแก่งลานนกยูง ลานหินกว้างใหญ่ที่มีลำน้ำแม่วงก์ไหลผ่านตลอดปี สำหรับการล่องแก่งนั้นก็มีให้เลือกว่าจะล่องโดยเรือยางหรือเรือคายัก

โดยระยะทางในการล่องนั้นก็ยาวประมาณ 7 กิโลเมตร ใช้เวลาราวๆ 1 ชั่วโมง ระดับความยากของแก่งนั้นก็อยู่ที่ระดับ 1-3 ซึ่งก็ถือว่าไม่อันตรายมากนัก มีช่วงให้ตื่นเต้นบ้างบางแก่ง แต่แค่ได้สัมผัสสายน้ำใสๆ ชมต้นไม้อุดมสมบูรณ์ริมสองฝั่ง ก็ทำให้การล่องแก่งแม่วงก์นี้สนุกสนานได้ไม่ยาก


ที่ช่องเย็นมีทั้งลานกางเต็นท์และบ้านพักรองรับนักท่องเที่ยว

ที่อุทยานแห่งชาติแม่วงก์นี้จึงเป็นแหล่งท่องเที่ยวอีกแห่งหนึ่งที่มีครบทุกรสชาติ ทั้งเหน็ดเหนื่อยกับการพิชิตยอดเขา เหน็บหนาวกับช่องเย็น สนุกตื่นเต้นกับการล่องแก่ง และประทับใจกับความงดงามของธรรมชาติอย่างน้ำตกและป่าไม้อุดมสมบูรณ์ ที่นักท่องเที่ยวไม่ควรพลาด

น้ำตกแม่กระสา น้ำตกใหญ่ที่สุดในอุทยานฯ

1 ความคิดเห็น:

เรียนต่อต่างประเทศ กล่าวว่า...

สวยมาก อยากไปบ้างจัง