31 ส.ค. 2551

5 กฎเล็กสุขภาพดีสไตล์ชีวจิต

รู้ไหมว่าใครเป็นหมอที่เก่งที่สุดในโลก?...
คำตอบคือ ตัวคุณเองนั่นแหละ ที่สามารถเป็นหมอที่เก่งที่สุดในโลกได้ เพียงแต่ก่อนอื่นคุณต้องรู้จักตัวคุณเองให้ดีที่สุดเสียก่อน ซึ่งทำได้ด้วยการสังเกตอาการผิดปกติที่เกิดขึ้นกับร่างกายอย่างสม่ำเสมอ อย่าปล่อยให้หน้าที่รักษาบำบัดโรคให้หมอในโรงพยาบาลเท่านั้น เพราะบ้านคือโรงพยาบาลชั้นดี และอาหารก็คือยาชั้นเลิศเช่นกัน พฤติกรรมประจำวันที่ถูกต้องคือวัคซีนชั้นยอดที่จะเป็นเกราะกำบังโรคภัยไข้เจ็บได้

** เริ่มจากกฎเล็ก เรื่องเล็กที่ไม่เล็ก
ด้วยโรคภัยที่อยู่ใกล้เราแค่ปลายช้อนที่ตักอาหารเข้าปาก ประกอบกับโรคภัยไข้เจ็บที่เกิดขึ้นไม่เว้นแต่ละวันทำให้ ดร.สาทิส อินทรกำแหง เจ้าของรางวัลนราธิป ปี 2549 และผู้บุกเบิกเส้นทางของแนวคิดแบบชีวจิต เผยเคล็ดลับที่ทำให้สุขภาพดีอยู่เสมอ ด้วย 5 กฎเล็ก ซึ่งล้วนเป็นพื้นฐานเบื้องต้นในการใช้ชีวิตประจำวัน
แต่หากจะให้ได้ผลละก็ ต้องเชื่อ!!! ว่าคุณทำได้ และที่สำคัญ ต้องเริ่มต้นให้ได้ ซึ่งสามารถทำง่ายๆ ได้ด้วยตนเอง ได้แก่ กินให้ถูกต้อง นอนให้ถูก พักผ่อนให้ถูก ออกกำลังกายให้ถูก และทำงานให้ถูก เท่านี้พลังชีวิตของเราก็จะกลับมา

“อาจจะดูเป็นเรื่องยาก จริงๆ ก็ทำได้แต่ไม่ยอมทำ เหมือนคนเราที่บอกตัวเองว่าอย่ากินข้าวขาหมู แต่พอเจอก็กินอยู่ดี บอกว่ามันไม่ดีๆ ก็รู้แต่ก็ยังทำเพราะมันเป็นนิสัย” ดร.สาทิส เปรียบเปรย

**กินหรือทำงานต้องให้สุข
สำหรับกฎข้อแรกเรื่องการกินนั้นดูจะเป็นปัญหามากสำหรับคนที่ติดกิน โดยเฉพาะพี่ไทยเรานี่ที่ติดกินข้าวให้มากเข้าไว้ และบางคนก็มีความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการกินอยู่มาก เพราะถ้าตำราไหนบอกว่ากินปลาทะเลมากๆ เพิ่มโอเมกา 3 ก็กินแต่ปลาทะเลทุกวัน ซึ่งมากเกินไป จะให้ดีกินสัปดาห์ละ 2 ครั้งก็เพียงพอ
เพราะคนไม่มีความพอดี

ทั้งนี้ สูตรของการกินสไตล์ชีวจิตจึงเน้นความพอเหมาะโดยจัดเป็นสัดส่วนของอาหาร 1 จานนั้นมีอาหาร 100 เปอร์เซ็นต์ ต้องแบ่งเป็นข้าวไม่ขัดขาวอยู่ 50 เปอร์เซ็นต์ ผักในจานต้องมี 25 เปอร์เซ็นต์ จัดโปรตีนก็ให้อยู่ในสัดส่วน 15 เปอร์เซ็นต์ และเบ็ดเตล็ดอีกประเภทถั่ว ธัญพืชอีก 10 เปอร์เซ็นต์ แต่หากเป็นคนท้วมหนักไปทางอ้วนหรือเป็นเบาหวานละก็ ให้ลดแป้งในจานเหลือ 30 เปอร์เซ็นต์ โดยเพิ่มผักและโปรตีนให้เป็น 35 และ25 เปอร์เซ็นต์ตามลำดับ

“โปรตีนที่เรารับจะต้องมาจากพืชเป็นส่วนใหญ่ ปลาทะเลไม่ต้องกระหน่ำกินมาก เพราะร่างกายเราจะนำไปใช้เท่าที่จำเป็น บางอย่างมากไปก็ไม่ดี โปรตีนต้องมาจากพืชพวกถั่วเหลือง เต้าหู้ก็จะดีถ้าใครผมหงอกเร็ว หรือว่าผมร่วง โปรตีนจากพืชและธัญพืชช่วยได้” ผู้บุกเบิกแนวคิดชีวจิตแจกแจง

และในสังคมที่แข่งขันเร่งรีบอย่างทุกวันนี้ ใครๆ ก็แข่งกันเครียด ยิ่งในวันทำงานยิ่งทวีความเครียดให้ร่างกายเข้าไปอีก ทางแก้เริ่มได้ที่ตัวเราโดยคิดอย่างท้าทายและทำงานให้สนุก ถ้าไม่สนุกก็หาทางเลี่ยง แต่ส่วนใหญ่จะเลี่ยงไม่ได้เพราะถูกบังคับ แต่ก็ต้องพยายามหามุมมองการทำงานในแง่ดี เมื่อเครียดหรือรู้สึกอึดอัดในการทำงาน ให้หายใจยาวๆ พักผ่อนสายตา อย่าทำงานให้มากเกินไป หรืออย่าเฉื่อยแฉะจนชีวิตขาดความกระตือรือร้น เพราะเหล่านี้ล้วนทำให้เกิดความเจ็บป่วยได้เท่ากัน

** พักผ่อน นอนหลับให้สบาย
เมื่อทำงานมาตลอดวัน ตลอดสัปดาห์ ร่างกายที่เหนื่อยล้าก็ต้องพักผ่อนเพื่อคลายความตึงเครียดกันบ้าง การเดินเล่นในสวนสาธารณะสูดอากาศบริสุทธิ์ทำให้จิตใจสบายขึ้น จะให้ดีถ้าต้องการกระตุ้นจินตนาการและออกกำลังสมองแบบไม่หนักนักก็พกหนังสือที่ชอบสักเล่มหรือฟังเพลงให้สบายอารมณ์ และอีกทางก็คือการอยู่บ้านกับสัตว์เลี้ยงตัวโปรดและงานอดิเรกที่ชอบเท่านี้วันพักก็จะเปี่ยมด้วยประโยชน์และผ่อนคลายได้

แต่ถ้าพูดถึงการพักผ่อน หรือเวลาว่างหลายคนมักจะให้คำตอบว่า “ได้หยุดทั้งทีก็ขอนอนให้ฉ่ำใจสิ” บางคนเลือกพักผ่อนโดยการท่องราตรีในวันศุกร์ ได้นอนอีกทีในเช้าวันเสาร์ ตื่นมากิน แล้วนอนต่อ เรื่อยไปจนดึกวันอาทิตย์ และเดินเหมือนศพเดินได้ในเช้าวันจันทร์ พร้อมคำบ่นไม่อยากทำงานเพราะเหนื่อยเหลือทน แต่สังเกตกันไหมว่าทำไมยิ่งนอนมากยิ่งเหนื่อย นั่นเพราะเรานอนไม่ถูกต้องยังไง เมื่อนอนไม่ถูก นอนมากเกินจำเป็น ประกอบกับความเครียดจากการทำงาน กระตุ้นให้บางคราวเกิดนอนไม่หลับ หรือถ้าหลับก็รู้สึกไม่สบาย หลับๆ ตื่นๆ ทำให้เช้าของวันต่อๆ มาไม่สดชื่น

ดร.สาทิส บอกตามทฤษฎีของชีวจิต ว่า จริงๆ แล้วคนเราไม่จำเป็นต้องนอนให้ครบ 8 ชั่วโมงก็ได้เพียงหลับให้สนิท 5 ชั่วโมงก็พอแล้ว 6 ชั่วโมงกำลังดี แต่การนอนแบบเด็กสมัยใหม่แบบกินบ้านกินเมืองนั้นเป็นการนอนที่ผิด และทำให้ป่วยได้ง่ายด้วย

“ไอ้ที่นอนนานๆ แล้วไม่มีแรงเขานอนผิด ถ้าจะนอนหลับให้สนิทและเป็นสุขก็ต้องให้ร่างกายผ่อนคลายก่อน ซึ่งการจะให้ผ่อนคลายก็ต้องฝึก ง่ายๆ ลองยื่นแขนขวาไปด้านข้างแล้วกำมือแล้วเกร็งจนรู้สึกว่าไม่ไหวค่อยปล่อย จากนั้นก็ทำแบบเดียวกันกับแขนซ้าย เกร็งขาทีละข้างแล้วก็คลาย จากนั้นก็มาที่ต้นคอ ที่ท้อง หายใจเข้าออกยาวๆให้ผ่อนคลายเพื่อให้หลับสบาย ซึ่งรับรองว่าได้ผลแน่นอนแต่ต้องฝึก” ดร.สาทิส แนะนำ

** ออกกำลังเรื่องง่ายเริ่มได้เร็ว
การออกกำลังกายเป็นการสร้างยาวิเศษให้หัวใจ การออกกำลังกายทำให้หัวใจเต้นสม่ำเสมอ มีพลังชีวิต ซึ่ง ดร.สาทิส ให้ความเห็นว่า เป็นกฎข้อที่สามารถเริ่มได้ง่ายที่สุด แต่อาจจะเป็นเรื่องยากสำหรับหลายคน ซึ่งทางแก้ที่ดีเพื่อให้การออกกำลังกายด้วยวิธีต่างๆ ถึงฝั่งฝันก็คือ การหาเพื่อนออกกำลัง โดยหาวันที่แน่นอน เพราะการทำอะไรเป็นกลุ่มย่อมทำให้กำลังใจเพิ่มมากกว่าทำโดยลำพังอยู่แล้ว

“การออกแรงมากๆ กลับจะทำให้มีแรงมาก คนที่มีปัญหาระบบประสาทการออกกำลังกายบางประเภทช่วยได้ เช่น การรำกระบอง หรือการเต้นแอโรบิก การออกกำลังที่ทำให้หัวใจเต้น ร่างกายจะสร้างสารเอ็นโดรฟิน คนที่ออกกำลังกายช่วงแรกจะบ่นปวดๆ แต่อย่าหยุดให้ทำไปเรื่อยๆ เท่าที่ร่างกายทำได้ แล้วจากนั้นจะสบายเอง” ดร.สาทิส กล่าว

...5 กฎเล็กตามสไตล์ชีวจิต เป็นเรื่องสำคัญในแต่ละวันที่เราจะต้องเจอะเจอ โดยรวมแล้วจะเห็นว่าชีวิตจะมีสุขและแข็งแรงสดใสได้จะต้องตั้งอยู่บนความพอดี ไม่กินอย่างหนึ่งอย่างใดมากเกินไป ไม่นอนมากเกินไป และไม่ทำงานหนักจนเครียดเกินไป หากใครทำตามกฎนี้ได้ชีวิตดีขึ้นแน่นอน รับรองว่า...แข็งแรงไม่เจ็บ ไม่ป่วย ดูเป็นหนุ่มเป็นสาวชัวร์....คอนเฟิร์มเลย

ไม่มีความคิดเห็น: