7 พ.ย. 2550

อย่าต้องตายเพราะงานที่คุณทำ

กิน นอน ทำงาน กิน นอน แล้วก็ทำงาน…
คุณเคยคิดหรือเปล่าว่าทุกวันนี้คุณใช้ชีวิตให้ผ่านๆ ไปวันๆ
ขับรถทางเดิมๆ ทานอาหารที่เดิมๆ มีกิจกรรมนอกบ้านเดิมๆ
พบคนหน้าตาเดิมๆ แล้วงานที่ทำก็ยังเหมือนเดิม
ไม่ได้แตกต่างไปจากวันที่คุณเริ่มงานใหม่ๆ
หากใช่ล่ะก็ สักวันคุณต้องตกใจกับเวลาที่ผ่านไปอย่างเปล่าประโยชน์ และใบหน้าที่ดำคร่ำเครียดสักวันแน่ๆ ลองส่องกระจกมองดูตัวเองบ้างหรือเปล่า ว่าคุณดูแก่เกินอายุจริงหรือดูอ้วนขึ้นบ้างหรือเปล่า ลองหาวิธีสร้างสุขภาพที่ดีให้กับชีวิตการทำงานบ้างดีมั้ย
สิ่งเหล่านี้จะช่วยให้คุณสดใส มีชีวิตชีวากับวันทำงานมากขึ้น
ไม่ว่างานจะมากจะเหนื่อยแค่ไหน คุณก็จะรับไหว

กาแฟถ้วยโปรดของคุณ

หากคุณเป็นคนที่ชอบทานกาแฟ และ หลงใหลรสชาติของกาแฟเป็นชีวิตจิตใจ คุณต้องหักห้าม บังคับใจตัวเองให้เวลา
ของการดื่มกาแฟของคุณเหลือเพียง
2 ถ้วยต่อวัน จำไว้ว่า กาแฟ มีส่วนทำให้ร่างกาย
ของคุณขาดน้ำ ทุกครั้งที่ดื่มกาแฟ
ควรจะดื่มน้ำตามอีก 1 แก้ว

Rush Hours

ปกติคุณตื่นนอนกี่โมง นอนมากไป หรือนอนดึกไปหรือเปล่า
คุณควรตั้งเวลาตื่นนอนให้เร็วขึ้นจากปกติ 15-30 นาที
เพื่อหลีกเลี่ยงเวลาเช้าที่เร่งรีบ
ให้ตัวคุณได้มีเวลาอาบน้ำ แต่งตัว มากกว่านี้
อย่าปล่อยให้ทุกเช้าที่คุณมาทำงานนั้นต้องแข่งขันกับเวลา
แม้ว่าคุณจะทำแบบนี้มาเป็นปีๆ
ก็ขอให้เห็นใจและสงสารร่างกายของคุณบ้าง
แค่รถติดตอนเช้าก็ทำให้เราเครียดพอแล้ว
หากยังต้องรีบร้อนมาทำงานทุกวัน ความรู้สึกในวันทำงานของคุณก็จะเพิ่มความเครียดมากขึ้นเรื่อยๆ และส่งผลถึงสภาพจิตใจ และโรคภัยต่างๆ ในอนาคตได้

Lunch Time

ถ้าคุณเป็นประเภทงานเยอะงานยุ่ง
และชอบทานอาหารเที่ยงในที่ทำงาน
หรือทานอาหารเร่งด่วน จำพวก Fast Food
หรืออาหารจานด่วน
คุณควรเปลี่ยนนิสัยของคุณตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป
อย่าลืมว่าคุณต้องใช้สมองทำงาน ร่างกาย
ต้องการสารอาหารที่ครบถ้วน
หากเป็นไปได้…คุณน่าจะหาโอกาสทานเที่ยงนอกสถานที่บ้าง
ไปร้านนั้นร้านนี้ ใครว่าร้านไหนอร่อย ไปเถอะ
อาหารเที่ยงของคุณจะผสมผสานไปกับเวลาพักผ่อน
สมองของคุณจะได้พักผ่อน และพร้อมที่จะรับงานช่วงบ่ายต่อไป
ความเหนื่อยล้าจะรบกวนคุณหลังเลิกงานน้อยกว่าทุกวัน
ไม่เชื่อลองทำดูสิ

ปัญหาส่วนตัว

ไม่ควรนำปัญหาส่วนตัว มาทำงานกับคุณด้วย และที่สำคัญ
ไม่มีความจำเป็นต้องบอกกล่าวเรื่องส่วนตัวของคุณกับเพื่อนร่วมงาน หรือเจ้านาย เพื่อเป็นข้อแก้ตัวเรื่องงาน เพราะนอกจากจะทำให้คุณย้ำคิดถึงปัญหาสร้างความหงุดหงิดใจแล้ว เจ้านายของคุณอาจจะมองเห็นว่าคุณแยกแยะเรื่องงานและเรื่องส่วนตัวไม่ได้อีกด้วย อาจมีผลกับผลงานของคุณก็ได้ เก็บปัญหาแก้เมื่อกลับบ้านดีกว่า

พักสายตาสักนิด

คุณต้องทำงานกับคอมพิวเตอร์ทั้งวันหรือเปล่า
ถ้าใช่…คุณควรสร้างนิสัยพักสายตาจากหน้าจอ
ทุกๆ สิบนาที มองไปที่ไหนก็ได้ จะนอกหน้าต่าง
คุยโทรศัพท์กับลูกค้า แม้แต่แหงนมองเพดานหาจิ้งจกสักตัว
ก็ทำเถอะ เพราะนอกจากจะช่วยให้คุณไม่ปวดศรีษะแล้ว
ยังผ่อนคลายความเหนื่อยล้าของดวงตาได้อีกด้วย

ยาสามัญประจำโต๊ะทำงาน

เป็นไอเดียที่ดี หากคุณคิดจะมียาสามัญติดไว้บ้าง เช่น ยาแก้ปวดศรีษะ ปวดท้อง เป็นต้น คุณจะทราบได้ล่วงหน้าได้อย่างไรว่าวันไหนคุณจะปวดหัว เป็นไข้ขึ้นมา พกไว้สักนิดคงไม่ทำให้โต๊ะทำงานของคุณรกหรอกนะจ๊ะ

การเมืองในที่ทำงาน

บริษัทใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นบริษัทในประเทศไทย หรือต่างประเทศ
ก็หนีไม่พ้นเรื่องการเมืองในที่ทำงาน
ถ้าคุณเป็นคนหนึ่งที่รู้สึกว่ามีบางสิ่งผิดปกติ ไม่ยุติธรรม
หรือไม่เห็นด้วยกับเรื่องต่างๆ ในที่ทำงาน
คุณควรยกประเด็นเรื่องที่คุณสงสัยนั้น ถามและพูดคุยในห้องประชุม
เพื่อความกระจ่างและหาทางแก้ไขให้สมควร
อย่าเสียเวลาเม้าท์แตกกับเพื่อนร่วมงาน
หรือบ่นไปทั่วออฟฟิศเลย มันไม่มีประโยชน์หรอก

ออกกำลังกาย

ยาที่สามารถทำให้สุขภาพของคุณดีที่สุด ก็คือการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอนั่นเอง หาโอกาสเป็นสมาชิกสปอร์ตคลับใกล้ที่ทำงานสักแห่ง และกำหนดวันออกกำลังกายให้ได้อย่างน้อยสัปดาห์ละ 2 ครั้ง จะเป็นการเล่นกีฬาหรือออกกำลังกายประเภทไหนก็ได้ ขอให้ทำอย่างสม่ำเสมอจนเป็นนิสัย หากทำได้ คุณจะค้นความมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นกับร่างกายและจิตใจของคุณทันที พอถึงตอนนั้น ถ้าไม่ได้ออกกำลังกายคุณจะรู้สึกเนือยๆ ไม่กระปรี้เปร่าหรือถึงกับหงุดหงิดได้เลยล่ะจ๊ะ

ไม่มีความคิดเห็น: